ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว Galaxy VL ยูพีเอส ระบบไฟ 3 เฟส ที่กะทัดรัดที่สุด

 

 

 

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น เปิดตัว Galaxy VL ขนาด 200-500 kW (400V/480V) ยูพีเอส ระบบไฟ 3 เฟส รุ่นล่าสุดในตระกูล Galaxy ที่มาในรูปโฉมขนาดกะทัดรัดประสิทธิภาพสูง พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว โดยให้ประสิทธิภาพในโหมด ECOnversion™ สูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้คืนทุนได้ภายใน 2 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่น) สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารพาณิชย์

 

 

 

ด้วยขนาดและพื้นที่ห้องดาต้าเซ็นเตอร์มีจำกัด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงออกแบบ Galaxy VL ให้มีขนาดกะทัดรัด โดยมีขนาดเพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในอุตสาหกรรม เพียง 0.8 ตารางเมตร อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมแบบแยกส่วนเป็นโมดูล และปรับขนาดพลังงานได้ ช่วยให้มืออาชีพที่ดูแลดาต้าเซ็นเตอร์สามารถปรับกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ ตั้งแต่ 200 กิโลวัตต์ ถึง 500 กิโลวัตต์ ด้วยโมดูลพลังงาน 50 กิโลวัตต์ต่อก้อน ซึ่งให้ความยืดหยุ่นรองรับการขยายการใช้งานตามความต้องการทางธุรกิจ

 

 

 

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเปิดตัว Live Swap เพื่อใช้งานในรุ่น Galaxy VL นับเป็นการบุกเบิกฟีเจอร์ที่เป็นดีไซน์แบบ touch-safe ออกแบบมาเพื่อให้ความปลอดภัยตลอดกระบวนการในเวลาที่ต้องสัมผัสเพื่อใส่เพิ่ม หรือเปลี่ยนโมดูลพลังงานในขณะที่ยูพีเอสกำลังออนไลน์และกำลังทำงานอย่างเต็มรูปแบบอยู่ ช่วยยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และไม่เกิดดาวน์ไทม์นอกแผน นอกจากนี้การออกแบบที่ให้การสัมผัสที่ปลอดภัยแบบ Live Swap ยังช่วยเพิ่มการปกป้องให้กับเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องถ่ายโอนยูพีเอสเพื่อนำไปซ่อมบำรุง (Maintenance Bypass) หรือในการทำงานของแบตเตอรี่ ระหว่างการใส่หรือนำโมดูลพลังงานออกไป

 

 

 

“Galaxy VL รุ่นใหม่ ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงาน ให้มาตรฐานระดับที่สูงมากสำหรับนวัตกรรมด้านยูพีเอส และได้รับการออกแบบเพื่อช่วยลูกค้าของเราให้เติบโต ในขณะที่ช่วยลดการใช้พื้นที่ และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของได้” นาย มุสตาฟา เดอมีร์กอล รองประธานฝ่ายการบริหารจัดการด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับไฟฟ้า 3 เฟสทั่วโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “เรายังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความต้องการเพื่อรองรับอนาคตสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และตอบโจทย์ความต้องการเรื่องความสามารถในการปรับตัว ความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Galaxy เป็นผลิตภัณฑ์ Green Premium ที่ให้ประสิทธิภาพชั้นนำ ช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน และเติมเต็มช่องว่างในตลาดก่อนหน้านี้สำหรับภาคพลังงานระดับกลาง หรือ Midrange”

 

 

 

 

ความโดดเด่นและประโยชน์หลักของ Galaxy VL รุ่นใหม่

  • ใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อมอบศักยภาพการเติบโตในอนาคต

Galaxy VL มีขนาดกะทัดรัดที่สุดในบรรดา UPS ทั่วไปในอุตสาหกรรม โดยมีขนาดเล็กกว่า UPS ทั่วไปโดยเฉลี่ยถึง 50 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 0.8 ตารางเมตร ช่วยลดการใช้พื้นที่ที่มีค่าในดาต้าเซ็นเตอร์ และพื้นที่สำหรับจัด

วางอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ นอกจากนี้ Galaxy Lithium-ion Battery Cabinets ยังช่วยประหยัดพื้นที่ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับโซลูชั่นส์แบตเตอรี่แบบ VRLA

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย แพลตฟอร์มแบบแยกโมดูลและปรับขยายตามความ

ต้องการใช้งานได้ ช่วยให้จ่ายค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นตามการเติบโต (Pay-As-You-Grow) ช่วยลด CapEx หรือค่าใช้จ่ายในการลงทุน ลดต้นทุนการดำเนินงาน ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวม (TCO) นอกจากนี้

ยังสามารถปรับกำลังไฟเพิ่มได้ทันทีที่ต้องการทีละ 50 กิโลวัตต์ จาก 200 ถึง 500 กิโลวัตต์ โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่

  • บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์

ในโหมด ECOnversion สำหรับการคืนทุนอย่างเต็มรูปแบบภายใน 2 ปี (ประหยัดค่าไฟฟ้าปีละ 26,280 ยูโร คิดเป็นเงินไทยเกือบล้านบาท) อีกทั้ง

ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็น Green Premium รวมไปถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ซึ่งเป็นออปชั่นเสริมที่ใช้งานได้ยาวนาน

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือผ่านอีโคสตรัคเจอร์ สามารถเชื่อมต่อ Galaxy VL ไปยัง EcoStruxure ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรมในระบบเปิด

ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ให้ความสามารถในการทำงานร่วมกันและให้

ศักยภาพด้าน IoT โดยผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์สามารถได้รับประโยชน์จาก EcoStruxure™ IT ทั้งซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ การนำเสนอของ  EcoStruxure ในเรื่องเหล่านี้ ช่วยให้ลูกค้าสามารถมอนิเตอร์ บริหารจัดการ และสร้างแบบ

จำลองโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของตน อีกทั้งยังได้รับบริการสนับสนุน

ตลอด 24 x 7 ทุกที่ ทุกเวลา

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM