SCGC และซินโครตรอนเดินหน้าร่วมพัฒนาเคมีภัณฑ์ ลดคาร์บอน ลดพลาสติก

เอสซีจีเคมิคอลส์ จับมือ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) สานต่อความร่วมมือทางวิชาการ หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทจากความร่วมมือตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมทำสัญญาบริการวิจัยระหว่างสถาบันฯ และไทยโพลิเอททิลีน เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางด้านโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ด้านการลดการปลดปล่อยคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการใช้งานในอุตสาหกรรมในอนาคต

 

 

 

 

 

นครราชสีมา – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดย รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และ บริษัท เอสซีจีเคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) โดย ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรมและรองผู้จัดการใหญ่ New Business ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2567 พร้อมทั้งมีการลงนามสัญญาบริการวิจัยระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กับ บริษัท ไทยโพลิเอททิลีน จำกัด

 

 

 

 

 

 

ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรมและรองผู้จัดการใหญ่ New Business บริษัท เอสซีจีเคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “SCGC เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเครื่องกำเนิดแสงซินโคร-ตรอนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ซึ่งสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของวัสดุในระดับโมเลกุลและอะตอมได้ โดย SCGC ใช้แสงซินโครตรอนในการวิเคราะห์โครงสร้างผลึกของโพลิเมอร์ได้ในระดับนาโนเมตร ทำให้สามารถคิดค้นนวัตกรรมได้เร็วขึ้น อาทิ การพัฒนา SMX™ Technology ให้พลาสติกที่มีความแข็งแรงมากขึ้น หรือ การคิดค้นท่อจากพลาสติก PE ช่วยยึดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ทำให้ลดการใช้งานพลาสติกและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ”

 

 

 

“ความร่วมมือระหว่าง SCGC และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา SCGC ได้รับสิทธิบัตรและตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติหลายฉบับ ในปีนี้ SCGC และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ และสัญญาบริการ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางด้านโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ด้าน decarbonization, circular economy และการใช้งานในอุตสาหกรรมในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของ SCGC ในการพัฒนานวัตกรรมให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำของโลก และสร้างประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” ผู้บริหารเอสซีจีเคมิคอลส์กล่าว

 

 

 

 

 

ด้าน รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ กล่าวว่า “สถาบันฯ มีพันธกิจในการวิจัย ให้บริการ ส่งเสริมและถ่ายทอดการเรียนรู้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและการใช้ประโยชน์ นำไปสู่การยกระดับงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยเหตุนี้ สถาบันฯ จึงให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือทางวิชาการมาโดยตลอด สำหรับการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างเอสซีจีเคมิคอลส์และสถาบันฯ ครั้งนี้ จะมีความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์โดยใช้เทคโนโลยีซินโครตรอน และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจของทั้งสองหน่วยงาน”

 

 

 

“นอกจากนี้จะมีการสนับสนุนการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และทดสอบ การใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย โดยใช้แสงชินโครตรอนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสนับสนุนด้านวิชาการ การฝึกอบรม และความร่วมมือทางด้านเทคนิคและวิศวกรรม ร่วมถึงดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร และอีกความร่วมมือคือการลงนามสัญญาบริการวิจัยระหว่างไทยโพลิเอททีลีนกับสถาบันฯ สามารถสนับสนุนงานวิจัยโครงสร้างพอลิเมอร์ด้วยแสงซินโครตรอนให้มีความต่อเนื่อง สามารถต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์และพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไป” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนกล่าวทิ้งท้าย

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM