เจาะลึก ‘EPR’ ปฏิวัติขยะบรรจุภัณฑ์สู่ขุมทรัพย์เศรษฐกิจโลก

 

จากนโยบายสิ่งแวดล้อมสู่กลไกสร้างรายได้มหาศาล EPR คือทางรอดเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยน “ภาระขยะ” ให้เป็น “มูลค่า” ขณะที่ประเทศไทยเตรียมยกระดับจากระบบสมัครใจสู่กฎหมายบังคับใช้จริงภายในปี 2568 หวังดึงผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบวงจรชีวิตสินค้า 100%

 

การบริหารจัดการขยะโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อแนวคิด Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ไม่ได้เป็ นเพียงแค่โครงการ CSR อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่กว่า 63 เขตอำนาจศาลทั่วโลกกำลังเร่งตรากฎหมายบังคับใช้ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ยั่งยืนและคืนกำไรให้กับภาคธุรกิจ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EPR อย่างเต็มตัว โดยมีรายละเอียดที่น่าจับตามองดังนี้

 

  1. ร่าง พ.ร.บ. การจัดการขยะอย่างยั่งยืนกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังเร่งจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการกำหนดให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการบรรจุภัณฑ์ โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาภายในปี พ.ศ. 2568 นี้ กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนโฉมการจัดการขยะจากเดิมที่เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นฝ่ายเดียว ให้กลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ผลิต

 

  1. โครงการนำร่อง “PackBack” โดย TIPMS สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMS) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการ “PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน” โดยร่วมกับเทศบาลในจังหวัดชลบุรี เพื่อทดลองระบบการจัดเก็บขยะ 5 ประเภท (พลาสติก, แก้ว, กระดาษ, โลหะ, อลูมิเนียม) ผลการดำเนินงานเบื้องต้นพบว่าสามารถดึงขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากขึ้น และลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปฝังกลบได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

  1. สถิติและเป้าหมายที่ท้าทาย ปริมาณขยะพลาสติกในไทย: มีประมาณ 2 ล้านตันต่อปี แต่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียงประมาณ 25% เท่านั้น

 

  • เป้าหมาย Roadmap: ไทยตั้งเป้านำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่ง EPR จะเป็นกลไกหลักที่จะทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงได้

 

การมาถึงของ EPR ไม่ใช่เพียงการเพิ่มต้นทุน แต่คือการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เข้ากับเกณฑ์มาตรฐานโลก หากธุรกิจใดสามารถปรับตัวได้เร็วโดยการใช้นวัตกรรมออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100% หรือเข้าร่วมระบบจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจนั้นจะไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย แต่ยังจะได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับ ESG อย่างเข้มงวด

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM