เซอคิวเลท แคปปิตอล เจาะตลาดไทย เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจรีไซเคิลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เงินลงทุนดังกล่าวจะเพิ่มศักยภาพซัพพลายเชนของไทยในการนำพลาสติกบรรจุภัณฑ์อ่อนตัว (Flexible Packaging) เข้าสู่ระบบหมุนเวียน หลังจากบริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส (ไทยแลนด์) เข้าซื้อกิจการโรงงานรีไซเคิลพลาสติก LDPE พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเต็มสูบ

 

 

 

 

เซอคิวเลท แคปปิตอล (Circulate Capital) บริษัทจัดการการลงทุนชั้นนำด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตสูง ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่ในบริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกกลุ่มโพลิโอเลฟินส์ (PP, HDPE, LDPE) มายาวนานกว่า 20 ปี เงินลงทุนใหม่นี้จะช่วยให้ ยูเนี่ยน เจ. พลัส สามารถเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งขยายธุรกิจด้วยการเติบโตจากภายในองค์กร และการควบรวมกิจการ โดยล่าสุด ยูเนี่ยน เจ. พลัส เข้าซื้อกิจการโรงงานรีไซเคิลโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ที่มีกำลังการผลิต 18,000 ตันต่อปี ในเขตนิคมอุตสหกรรม จังหวัดสมุทรปราการ

 

 

เงินลงทุนของเซอคิวเลท แคปปิตอล จะช่วยให้บริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส สามารถขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชน เมื่อดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าความสามารถในการรีไซเคิลรวมจะมากกว่า 30,000 ตันต่อปี ซึ่งรวมถึงการรีไซเคิลพลาสติกกลุ่ม PP, HDPE, LDPE เกรดพรีเมี่ยมและเกรดอาหารจำนวนกว่า 20,000 ตันต่อปี

 

 

บริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส เป็นหนึ่งในธุรกิจรีไซเคิลเพียงไม่กี่แห่งที่มีเจ้าของและทีมผู้บริหารเป็นผู้หญิง ภายใต้การนำทัพโดย คุณกุลนาถ สิริผาติ และ คุณชุติกาญจน์ ฉายศิริไพบูลย์ ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรีไซเคิลมากว่า 20 ปี ความรู้ความเข้าใจเชิงลึกของตลาด และความเชี่ยวชาญทางเทคนิค การพัฒนาครั้งนี้จะทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นบริษัทรีไซเคิลพลาสติกประเภท PP, HDPE, LDPE ชั้นนำของประเทศ ทั้งนี้ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของการเก็บรวบรวม และรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศให้ได้จำนวนมาก ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอีกด้วย

 

 

การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของเซอคิวเลท แคปปิตอล ครั้งนี้ เป็นการลงทุนครั้งแรกในประเทศไทย โดยเป็นการขยายพอร์ตการลงทุนในกลุ่มธุรกิจรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันนับว่าพอร์ตโฟลิโอดังกล่าวเมื่อเทียบกับพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มพลาสติกรีไซเคิลอื่นๆ แล้ว มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการสร้างซัพพลายเชนในท้องถิ่นสำหรับพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง

 

 

ประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกประมาณสองล้านตันต่อปี และมีเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้นที่ถูกนำกลับมารีไซเคิล จากการวิจัยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะสูญเสียเงินถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เมื่อพลาสติกถูกทิ้งแทนที่จะรีไซเคิลหมุนเวียนกลับมาเป็นวัสดุที่มีมูลค่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า การนำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับภาคเอกชนของไทย ได้ถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

คุณกุลนาถ สิริผาติ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส กล่าวว่า “ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศไทย เรามีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาและต่อยอดให้เกิดการหมุนเวียนของพลาสติก รวมถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต การสนับสนุนของเซอคิวเลท แคปปิตอล มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมุ่งมั่นนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลของไทย”

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM